สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 11/09/2553
ปรับปรุงเวบเมื่อ 02/03/2561
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 1


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ








แจ้งลูกค้าทุกท่านนะครับสั่งสินค้าโปรดติดต่อทาง 
LINE  เพิ่มเพื่อน
FACEBOOK  
บทความ
ประวัติวงเมทัลลิก้า (Metallica) (อ่าน 20795/ตอบ 0)
สวัสดีครับ
วัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสมาคมคนพันธุ์ร็อคSZ:เพื่อให้ชาวร็อคในบอร์ดSZได้พบปะสังสรรค์กันตามอัธยาศัย พูดคุย แนะนำเพลงหรือประวัติศิลปิน/วงร็อค สอบถาม ทักทาย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือใครต้องการที่จะอัพเดตข้อมูลข่าวสารของวงร็อคต่างๆก็แจ้งกันเข้ามาได้เลยนะครับ
สืบเนื่องจากความตั้งใจที่ผมจะเขียนถึงวงนี้มานานมากแล้ว แต่ยังหาโอกาสเหมาะไม่ได้ วันนี้ผมจึงสนองความต้องการของตัวผมเองด้วยการเขียนกระทู้แนะนำวงนี้ครับ

METALLICA


ประวัติวงเมทัลลิก้า (Metallica)

ช่วงแรกเริ่ม (1981–1983) Metallica
เริ่มก่อตั้งวงในช่วงปลายปี 1981 ที่เมือง Los Angeles รัฐCalifornia โดยที่ Lars Ulrich มือกลองของวงได้ลงประกาศในหนังสือพิมพ์ The Recycler เพื่อหาสมาชิกวงดนตรีในแนวเมทัล ต่อมาก็ได้นักดนตรี James Hetfield , Hugh Tanner และ Leather Charm ตอบรับเข้ามาก่อตั้งวงดนตรีแนวเมทัลขึ้นมา พวกเขาได้เจรจากับค่าย Metal Blade Records ว่า ถ้าทางวงจัดทำอัลบั้มเพลงชุด Metal Massacre ทางค่ายจะยอมให้บันทึกเสียงหรือไม่ ซึ่งทางเจ้าของค่ายก็ตอบรับมาว่า ให้บันทึกเสียงได้ ดังนั้น วงMetallica จึงได้ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม 1981 นับเป็นเวลา 5 เดือนหลังจากที่ Ulrich มือกลอง ได้พบกับ Hetfield เป็นครั้งแรก Ulrichเป็นผู้ตั้งชื่อวงว่า Metallica และต่อมาตัวเขาก็ได้ลงประกาศในหนังสือพิมพ์ฉบับเดิมว่าต้องการมือกีต้าร์ลีดซึ่ง Dave Mustaine ได้ตอบรับเข้าร่วมวง Metallica ในช่วงต้นปี 1982 พวกเขาได้เริ่มบันทึกเสียงอัลบั้ม Metal Massacre โดยอัลบั้มชุดนี้ได้วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 1982 ซึ่งมีการพิมพ์ชื่อวงเพี้ยนไปเป็น Mettallica ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับทางวงพอสมควร ต่อมาพวกเขาได้มือเบสคนใหม่ชื่อว่า Ron McGoverney ต่อมา Ulrich และ Hetfield ได้ตระเวนเล่นดนตรีสดตามผับภายใต้ชื่อวง Trauma ทำให้พวกเขาได้พบกับ Cliff Burton และได้ชักชวนให้มาร่วมวง Metallica ซึ่งทาง Hetfield และ Mustiane ต้องการให้ Burton มาเล่นเบสแทนที่ McGovney เพราะว่าทั้งสองคนเห็นว่า McGovney ไม่ได้ช่วยคิดผลงานอะไรออกมาเลย ทำแต่เพียงทำตามคำสั่งเท่านั้น ต่อมา Burtonได้เข้าร่วมวงและได้ชักชวนสมาชิกในวงคนอื่นๆให้อพยพไปยังบริเวณปากอ่าว San Francisco โดยทาง Burton ได้มีส่วนร่วมกับการบันทึกเสียง Demo ชุด Megaforce ในปี 1983 ด้วย ต่อมาพวกเขาทั้งหมดได้เตรียมพร้อมที่จะทำการบันทึกเสียงสตูดิโออัลบั้มชุดแรกของพวกเขาแต่ทางค่ายเพลงต้นสังกัดที่เคยให้สัญญาไว้นั้นไม่สามารถจ่ายค่าใช้จ่ายได้ครบตามจำนวน ซึ่งทางวงเองก็ไม่มีเงินมากพอ สุดท้าย ทาง Johny Zazula ผู้จัดการงานคอนเสิร์ตจึงได้จับพวกเขาเซ็นสัญญาภายใต้สังกัดของ Megaforce Records ซึ่งเป็นค่ายเพลงของ Zazula เองและยังออกเงินค่าใช้จ่ายในการบันทึกเสียงให้กับทางวงอีกด้วย

Kill 'Em All and Ride the Lightning (1983–1984)
ในเดือนเมษายน 1983 ทางวงได้ไล่ Mustaine ออกจากวงไปเนื่องจากเขาติดยาและแอลกอฮอล์รวมทั้งมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว ต่อมาในวันเดียวกับที่ไล่ Mustaine ออกไป Metallica ก็ได้มือกีต้าร์คนใหม่ที่ชื่อ Kirk Hammett  ต่อมาMustaineได้ก่อตั้งวง Megadeth ขึ้นมา และได้กล่าวโจมตีว่า Kirk เป็นคนขโมยงานของเขาไป ต่อมาทางวง Metallica ได้ออกสตูดิโออัลบั้มชุดแรกที่มีชื่อว่า Kill ‘Em All โดยอยู่ภายใต้สังกัด Megaforce Records ซึ่งผลงานอัลยั้มชุดนี้ติดอันดับที่ 120 ในชาร์ตบิลบอร์ด 200 ด้วยในปี 1988 ถึงแม้จะไม่ประสบความสำเร็จในด้านยอดขายแต่พวกเขาก็ได้สร้างกลุ่มแฟนคลับของวงขึ้นมาเพื่อเป็นบานสนับสนุนผลงานเพลงของพวกเขาแล้ว พวกเขายังเริ่มต้นออกทัวร์ทั้งในสหรัฐอเมริกาและฮอลแลนด์ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
ในปี 1984 เมทัลลิก้าเริ่มเข้าอัดเพื่อบันทึกเสียงสตูดิโออัลบั้มชุดที่สองของพวกเขาที่มีชื่อว่า Ride The Lightning โดยทำการบันทึกเสียงที่สตูดิโอ Sweet Silence Studio ในกรุงโคเปนเฮเก้น ประเทศเดนมาร์ก ผลงานชุดนี้ได้ถูกวางจำหน่ายเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1984 และทำผลงานติดอันดับที่ 100 ในชาร์ต Bilboard 200 ซึ่งอัลบั้มชุดนี้มีเพลงดังๆเช่น For Whom The Bell Tolls , Fade To Black , Creeping Death เป็นต้น พวกเขาได้ทำการออกทัวร์ไปกับวงดังๆทั่วยุโรป ซึ่งได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงอย่างล้นหลาม คอนเสิร์ตของพวกเขาในหลายๆครั้งมีผู้ชมเข้าชมถึง 70000 (เจ็ดหมื่น) คน ซึ่งพวกเขาได้ทำการแสดงสดร่วมกับวง Bon Jovi และ Ratt

Master of Puppets (1984–1986)
สตูดิโออัลบั้มชุดที่สามมีชื่อว่า Master of Puppets ได้ทำการวางแผงเมื่อเดือนมีนาคม 1986 อัลบั้มชุดนี้ไต่ชาร์ตBilboard 200 ขึ้นไปถึงอันดับที่ 29 และติดอยู่ในชาร์ตนานถึง 72 สัปดาห์ พวกเขาได้รับรางวัล Gold เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 1986 และได้รับรางวัล Platinum ถึง 6 ครั้ง ซึ่งถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งรางวัลและยอดขาย ในวันที่ 27 กันยายน 1986 วงเมทัลลิก้าได้สูญเสียมือเบส Cliff Burton ไปอย่างไม่มีวันกลับเนื่องจากเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถคว่ำในช่วงระหว่างการออกทัวร์ในยุโรป โดยที่ศพของเขาถูกพบอยู่ใต้ซากรถบัสที่เกิดอุบัติเหตุนั่นเอง ซึ่งสมาชิกคนอื่นๆในวงได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยังความโศกเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งให้กับสมาชิกภายในวงคนอื่นๆ รวมทั้งบรรดาแฟนเพลงทั้งหลายด้วย ต่อมาทางวงได้ตัว Jason Newsted ซึ่งเป็นเพื่อนรักของ Burton ในวัยเด็กมาทำหน้าที่มือเบสแทน ทางวงได้ออกอัลบั้มผลงานแบบ E.P. มา 1 ชุด ภายใต้ชื่ออัลบั้มว่า Garage Days Re-Revisited

And Justice For All (1988-1990)
ในปี 1988 เมทัลลิก้าได้ปล่อยผลงานสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 4 ของพวกเขาออกมาโดยมีชื่อว่า And Justice For All ผลงานชุดนี้ไต่อันดับขึ้นไปติดที่ 6 ในชาร์ต Bilboard 200 ได้อย่างสง่างาม และได้รับรางวัล Platinumอีกด้วย
Metallica (1990-1993)
หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า The Black Album สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 5 นี้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามด้วยยอดขายสูงถึง 650000 ชุดในสัปดาห์แรก และยังขึ้นไปถึงอันดับที่ 1 ในชาร์ต Bilboard 200 ด้วย พวกเขาออกทัวร์ไปทั่วโลกซึ่งใช้เวลาทั้งสิ้น 14 เดือน รวมทั้งการออกทัวร์ร่วมกับวงในตำนานอย่าง Gun’n Roses และ Slayer

Load and Reload (1994-1999)
หลังจากการออกทัวร์ซึ่งกินเวลายาวนานเกือบ 3 ปี Metallica ก็ได้เริ่มต้นเข้าสตูดิโอเพื่อบันทึกเสียงสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 6 ที่มีชื่อว่า Load ซึ่งออกจำหน่ายในปี 1996 เพียงแค่สัปดาห์แรกเท่านั้น อัลบั้มชุดนี้ก็ก้าวขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ต Bilboard 200 และชาร์ต ARIA อย่างไรก็ตาม ด้วยงบประมาณและทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเพียงพอทำให้ทางวงตัดสินใจผลิตผลงานสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 7 ของพวกเขาออกมาในเวลาไล่เลี่ยกันภายใต้ชื่อว่า Reload อัลบั้มชุดนี้ได้ออกวางจำหน่ายในปี 1997 และแน่นอนว่าผลงานชุดนี้ยังคงรักษาความยอดเยี่ยมด้วยการติดอันดับที่ 1 ในชาร์ต Bilboard 200 เช่นเดิม และยังติดอันดับที่ 2 ของ The Top Canadian Album Chart อีกด้วย พวกเขาออกทัวร์ไปทั่วโลกอีกครั้งเพื่อโปรโมตสตูดิโออัลบั้มทั้งสองชุดซึ่งได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากแฟนๆทั่วโลก

St.Anger (2001-2005)
หลังจากที่ว่างเว้นการออกสตูดิโออัลบั้มไปนานเพื่อออกทัวร์  ในวันที่ 17 มกราคม 2001 Jason Newsted มือเบสของวงได้ลาออกจากสมาชิกของวง Metallica ด้วยเหตุผลส่วนตัวและเรื่องของสุขภาพร่างกายที่ย่ำแย่ลงทุกวันและ Newsted ยังต้องทำงาน Side Project ให้กับวง Echobrain ด้วย ทาง Hetfield จึงคิดว่าการที่สมาชิกในวงนั้นมี Side Project จะเป็นการลดความมั่นคงต่อทางวง Metallica เอง อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ได้เข้าห้องอัดเพื่อเริ่มบันทึกเสียงสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 8 ภายใต้ชื่อว่า St. Anger และหลังจากบันทึกเสียงเสร็จสิ้น ทางวงMetallicaได้มือเบสคนใหม่ที่ชื่อ Robert Trujillo ซึ่งเคยเล่นเบสให้กับป๋าออสซี่ ออสบอร์นและวง Suicidal Tendenciesมาแล้ว เดือนมิถุนายน ปี 2003 สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 8 ของพวกเขาที่มีชื่อว่า St. Anger ได้ออกวางจำหน่ายไปทั่วโลก สัปดาห์แรกเท่านั้นก็ทะยานขึ้นอันดับที่ 1 ในชาร์ต Bilboard 200 แต่กระนั้นก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบพอสมควรเกี่ยวกับซาวน์ดนตรีในอัลบั้มชุดนี้ถึงแม้ว่าจะได้รับรางวัลมากมายก็ตาม พวกเขาออกทัวร์รอบโลกอีกครั้งและจบลงด้วยการแสดงสดเพื่อเป็นวงเปิดให้กับวง The Rollong Stone ที่ AT&T Park ในซานฟรานซิสโกเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2005

Death Magnetic (2006-2010)
ในเดือนธันวาคม 2006 Metallica ได้ออกแผ่น DVD บันทึกMVของทางวงตั้งแต่ปี 1989-2004 ต่อมาพวกเขาได้ทำงานร่วมกับ Rick Rubin โปรดิวเซอร์ผู้เคยทำงานให้กับวงดังๆมากมายเช่น Slipknot , Slayer และ System Of A Down ซึ่งสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 9 นี้มีชื่อว่า Death Magnetic ได้ทำการวางแผงออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2008 เพียงแค่สัปดาห์แรกของการวางแผงอัลบั้มชุดนี้ก็พุ่งทะยานขึ้นอันดับ1 ในชาร์ต Bilboard 200 อีกครั้ง นับเป็นวงแรกที่มีผลงานสตูดิโออัลบั้มติดอันดับ 1 ในชาร์ต Bilboard 200 ติดต่อกัน 5 อัลบั้ม และทำยอดขายได้ถึง 490000(สี่แสนเก้าหมื่น)ชุดในสัปดาห์แรกเช่นกัน อัลบั้มชุดนี้ติดอันดับ 1 ของชาร์ต Bilboard 200 นานถึง 3 สัปดาห์ พวกเขาออกทัวร์รอบโลกอีกครั้งจนกระทั่ง ปี 2010 พวกเขาจึงเริ่มหยุดพักการทัวร์ไว้

สำหรับสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 10 ของพวกเขานั้น ทาง Lars Ulrich มือกลองของวงได้ออกมายืนยันแล้วว่าใน ปี 2011 นี้พวกเขาจะเริ่มต้นเรียบเรียงเพลงใหม่ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะได้ฟังกันเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม พวกเขายังมีงานออกทัวร์รอบโลกในคอนเสิร์ตใหญ่ๆมากมายร่วมกับวงดังอย่าง Slipknot

สมาชิกวงในปัจจุบัน
James Hetfield – lead vocals, rhythm guitar (1981–present)
Lars Ulrich – drums, percussion (1981–present)
Kirk Hammett – lead guitar, backing vocals (1983–present)
Robert Trujillo – bass, backing vocals (2003–present)

Studio albums
Kill 'Em All (1983)
Ride the Lightning (1984)
Master of Puppets (1986)
...And Justice for All (1988)
Metallica (1991)
Load (1996)
ReLoad (1997)
St. Anger (2003)
Death Magnetic (2008)


ผลงานที่เคยได้รับรางวัล

Grammy Awards:[63]
1990: Best Metal Performance – "One"
1991: Best Metal Performance – "Stone Cold Crazy"
1992: Best Metal Performance – Metallica
1999: Best Metal Performance – "Better than You"
2000: Best Hard Rock Performance – "Whiskey in the Jar "
2001: Best Rock Instrumental Performance – "The Call of Ktulu" with Michael Kamen and the San Francisco Symphony
2004: Best Metal Performance – "St. Anger"
2009: Best Metal Performance – "My Apocalypse"
2009: Best Recording Package – Death Magnetic

MTV Video Music Awards:
1992: Best Metal Video – "Enter Sandman"
1996: Best Metal Video – "Until It Sleeps"

American Music Awards:
1996: Favorite Artist: Heavy Metal/Hard Rock: Metallica – Load
1996: Favorite Metal/Hard Rock Song – "Until It Sleeps"

Billboard Music Awards:
1997: Billboard Rock and Roll Artist of the Year – Metallica (RIAA Diamond Award)
1999: Catalogue Artist of the Year – Metallica
1999: Catalogue Album of the Year – Metallica

Kerrang! Awards:
2003: Hall of Fame – Metallica
2003: Best International Band – Metallica
2004: Best Band on the Planet – Metallica
2008: Inspiration Award Winner – Metallica
2009: Best Album – Death Magnetic

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของวง Metallica ได้จาก www.metallica.com

Credit:ขอขอบคุณเนื้อหาภาคภาษาอังกฤษจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Metallica
แปลและเรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย spit_it_out






© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.